|
 |
 |
 |

|
จำนวนผู้เข้าชม = 379 ครั้ง |
| หัวข้อข่าว: |
เกาะติดตลาดอสังหาฯพนมเปญ โอกาสที่ไทยไม่ควรมองผ่าน |
| ข้อความข่าว: |
-
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 21:22:00
:อสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชาโดยเฉพาะที่นครหลวง คือ กรุงพนมเปญมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ เกาะติดสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงพนมเปญจากรายงานศูนย์ข้อมูล วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ AREA
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เมื่อเร็ว ๆ อสังหาริมทรัพย์กัมพูชานี้มีการเติบโตอย่างมหัศจรรย์เช่นเดียวกับยุครัฐบาล น้าชาติ (พล.อ.ชาติชาย ชุณหวัณ) และทางการกัมพูชาก็ยังออกมายืนยันว่าประเทศของตนมีน้ำมันดิบปริมาณมหาศาลถึง 700 2,000 ล้านบาร์เรล (มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก) ทำให้ต่างประเทศยิ่งให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น การที่ประเทศมีแต่ ข่าวดี ทำให้อสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชาโดยเฉพาะที่นครหลวง คือ กรุงพนมเปญมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูล วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ AREA ของ บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟ แฟร์ส ได้ทำการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงพนมเปญ ในช่วงเดือนกลางเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2551
การสำรวจครั้งนี้ครอบคลุมโครงการทั้งหมดถึง 90 โครงการ นับเป็นการสำรวจที่จัดได้ว่ากว้างขวางที่สุดเท่าที่เคยมีการดำเนินการมาก่อนในกรุงพนมเปญ โดยพบว่า หน่วยขายที่อยู่อาศัยทุกประเภทครอบคลุมในการสำรวจนี้มีจำนวน 25,596 หน่วย มีมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 66,915 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่าที่อยู่อาศัยหน่วยหนึ่งในกรุงพนมเปญมีราคาเฉลี่ยประมาณ 2.61 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าในกรุงเทพมหานครเล็กน้อย จากการสำรวจของศูนย์ข้อมูล วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ AREA พบว่าราคาบ้านในเขตกรุงเทพมหานครเป็นเงินหน่วยละประมาณ 3 ล้านบาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตามที่อยู่อาศัยเหล่านี้จัดสร้างขึ้นสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงเป็นหลักและมีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างประเทศบ้าง แต่ก็ยังน้อยกว่านครโฮชิมินห์ ทั้งนี้คงเป็นเพราะในปัจจุบันความมั่นคงทางการเมืองยังต่ำกว่า แต่ในอนาคต ก็ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกเป็นอย่างมาก
ในปัจจุบันกัมพูชามีประชากรประมาณ 14 ล้านคน ประมาณว่า 35% ของประชากรทั้งหมดยังยากจน ไม่สามารถที่จะมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเอง ยังมีชุมชนแออัดอยู่ทั่วไป เช่นเดียวกับยุค พ.ศ. 2520 ของกรุงเทพมหานคร
สำหรับสถานการณ์การขายพบว่า จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัย 66% หรือ 16,823 หน่วยได้ถูกขายไปแล้ว หรือมีผู้จองซื้อไปแล้ว การขายส่วนใหญ่เป็นการขายกระดาษ แต่ที่พนมเปญมีกฎหมายคุ้มครองเงินดาวน์ของลูกค้า การซื้อบ้านต้องจ่ายเป็นงวด ๆ ตามความก้าวหน้าของการก่อสร้าง และจ่ายหมดในเวลาจำกัด ดังนั้นโอกาสที่จะถูกเจ้าของโครงการโกงมีจำกัด อาจกล่าวได้ว่าในขณะนี้มีหน่วยขายในตลาดอยู่เพียง 8,773 หน่วย ซึ่งถือว่าไม่มากนัก ดังนั้นหากมีการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม โอกาสการขายดียังมีอยู่ โอกาสการล้นตลาดของอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่มีลางบอกเหตุแต่อย่างใด และแม้มีความวิตกอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีการซื้อขายกันไม่หยุด
เฉพาะในปี 2550 มีหน่วยขายเปิดใหม่ถึง 12,115 หน่วย อาจกล่าวได้ว่าโครงการที่อยู่อาศัยถึงจำนวนครึ่งหนึ่งที่สำรวจเป็นโครงการที่เปิดในปี 2550 นี่เอง ปรากฏการณ์นี้จึงแสดงให้เห็นว่า การเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงพนมเปญ มีขึ้นอย่างเด่นชัด ประมาณว่า 57% ของหน่วยขายที่เปิดใหม่ในปี 2550 หรือจำนวน 6,930 หน่วย ได้ขายไปแล้ว เหลือในตลาดปัจจุบัน 5,185 หน่วยเท่านั้น ราคาบ้านใหม่ในปี 2550 กลับยิ่งมีราคาสูงขึ้นคือหน่วยละ 2.54 ล้านบาท จากการสำรวจของศูนย์ข้อมูล วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ AREA พบว่าในช่วงไตรมาส 1/2551 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่อยู่อาศัยหน่วยหนึ่งมีราคาเฉลี่ย 2.57 ล้านบาทเท่านั้น หรือพอ ๆ กับราคาในกรุงเทพมหานคร
มูลค่าที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวใหม่ในปี 2550 ในกรุงพนมเปญ รวมเป็นเงินถึง 30,806 ล้านบาท หรือประมาณ 17% ของตลาดที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวใหม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (อย่าลืมว่าประชากรของกัมพูชามีเพียง 21% ของไทยเท่านั้น) ดังนั้นจึงนับได้ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยของกรุงพนมเปญ ก็กำลังเติบใหญ่
ที่อยู่อาศัยประเภทหลักในกรุงพนมเปญก็คือ ตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ ซึ่งแสดงถึงการขายให้กับผู้มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (22,985 หน่วย จากทั้งหมด 25,596 หน่วยที่สำรวจไว้ทั้งหมด) รองลงมาเป็นโครงการอาคารชุด ซึ่งมีเพียงคหบดีใหญ่และชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่จะซื้อไว้เพื่อการอยู่อาศัยหรือเก็งกำไร (1,186 หน่วย) นอกจากนี้ยังมีบ้านเดี่ยว 547 หน่วย บ้านแฝด 534 หน่วย ทาวน์เฮาส์ 231 หน่วย รวมทั้งที่ดินจัดสรรเพื่อการอยู่อาศัย 113 แปลง
ทำเลหลักของที่อยู่อาศัยในกรุงพนมเปญ ส่วนมากมีอยู่รอบ ๆ เมือง ใจกลางเมืองมีเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์อยู่ในย่าน สุขุมวิท ใจกลางกรุงพนมเปญบ้าง อย่างไรก็ตามที่อยู่อาศัยในย่านใจกลางเมืองมีราคาแพงกว่ากลุ่มอื่น คือ ประมาณ 4.53 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ที่มีราคาต่ำที่สุดอยู่ในย่านตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่จำนวนมาก ราคาเฉลี่ยเพียง 1.41 ล้านบาทต่อหน่วย
โดยที่ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ยังซื้อเพื่อการเก็งกำไรแบบอาคารชุดยังมีน้อย และจากการสังเกตพบว่ามีผู้เข้าอยู่อาศัยจำนวนมากเมื่อมีการก่อสร้างเสร็จ ไม่ได้ปล่อยร้างไว้เช่นในกรุงเทพมหานคร โอกาสการลงทุนสำหรับนักลงทุนไทยจึงมี แต่ต้องทำการศึกษาตลาดให้ชัดเจนในทำเลที่จะลงทุน
http://www.bangkokbiznews.com/2008/05/07/news_255373.php
|
|  |
 |
 |
|