|
 |
 |
 |

|
จำนวนผู้เข้าชม = 458 ครั้ง |
| หัวข้อข่าว: |
วัสดุก่อสร้างเครือซิเมนต์สอบผ่าน ยอดขายไตรมาสแรกโตตามเป้า |
| ข้อความข่าว: |
-
ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2317 27 เม.ย. - 30 เม.ย. 2551
บิ๊กธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเครือซิเมนต์ไทย "พิชิต ไม้พุ่ม" โล่งอก สอบผ่านไตรมาสแรก เหตุสินค้าเกษตรมีราคาดีส่งชาวนา-ชาวสวนใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้นซื้อวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม ต่อเติมบ้าน ขณะที่กทม.ได้รับอานิสงส์จากคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า คาดทั้งปีมีแนวโน้มเป็นบวก เพราะปัจจัยยังหนุนต่อเนื่อง
นายพิชิต ไม้พุ่ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเครือซิเมนต์ไทย (SCG Building Materials) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้าง-ตกแต่งในไตรมาสที่ 1 มีการเติบโตขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดกระเบื้องเติบโตขึ้นประมาณ 5% ตลาดหลังคา 10% คอนกรีต 3% และสุขภัณฑ์ 2% เนื่องจากสินค้าภาคการเกษตรมีราคาดีส่งผลให้ประชาชนในเขตภูมิภาคมีการใช้จ่ายเงินและส่วนหนึ่งใช้เงินไปกับการซ่อมแซมหรือต่อเติมบ้านรวมถึงมีการใช้งบประมาณในการก่อสร้างในระดับตำบลและอำเภอด้วย ในขณะที่ปีก่อนไม่มีการก่อสร้างและประชาชนไม่มีการใช้จ่ายเงิน
นอกจากนั้น ตลาดยังเติบโตจากคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า และบ้านสร้างเองโดยตลาดบ้านสร้างเองมีการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5% ส่วนตลาดบ้านจัดสรรติดลบประมาณ 1% ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้น
อสังหาริมทรัพย์ออกมาช่วยตลาด แต่ เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีสต๊อกบ้านเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนโครงการใหม่ก็ยังไม่อยู่ในช่วงของการใช้วัสดุก่อสร้าง-ตกแต่ง โดยตลาดหลัก 70% อยู่ในภูมิภาค ส่วนกทม.นั้นมีสัดส่วนแค่ 30% เท่านั้น
สำหรับแนวโน้มตลาดปีนี้ทั้งปี ภาพรวมน่าจะไปในทิศทางเดียวกับไตรมาสที่ 1 คือเติบโตดีขึ้น เพราะยังมีปัจจัยส่งเสริมให้คอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้ายังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่คือราคาน้ำมันที่ยังสูงต่อเนื่องรวมถึงราคาสินค้าของภาคเกษตรที่มีแนวโน้มดี แต่ยังไม่สามารถประมาณการการเติบโตเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ เพราะยังไม่เห็นทิศทางการเติบโตจำนวนหน่วยของธุรกิจอสังหาฯ
ส่วนเรื่องปัญหาการปรับราคาขึ้นของวัสดุก่อสร้าง-ตกแต่งของผู้ประกอบการในปีนี้ สินค้าวัสดุก่อสร้าง ของเครือที่ทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นสุขภัณฑ์, กระเบื้อง หรือหลังคา ยังไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด แต่จะใช้วิธีออกสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่และสามารถทำราคาขายได้สูงกว่าสินค้าที่ทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้เฉลี่ย 10-20% เข้ามาในตลาดผู้ที่ชื่นชอบสินค้ามีดีไซน์ชดเชยแทนซึ่งในปีนี้มีสัดส่วนสินค้าใหม่ต่อสินค้าเก่าอยู่ 30:70 ส่วนปัญหาเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและกระทบต่อตลาดส่งออก บริษัทได้ใช้ทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ขาดดุลอัตราแลกเปลี่ยนทั้งการปรับราคาสินค้าเพิ่ม 10% และการซื้อขายเป็นเงินสกุลอื่นๆ เช่น สกุลออสเตรเลีย เป็นต้น
ทั้งนี้ ผลประกอบการในไตรมาสแรก เติบโตขึ้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยเป้าทั้งปีตั้งไว้ที่ 24,000-25,000 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนทำได้ 22,000-23,000 ล้านบาท
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=R3723172&issue=2317
|
|  |
 |
 |
|