|
 |
 |
 |

|
จำนวนผู้เข้าชม = 407 ครั้ง |
| หัวข้อข่าว: |
'พันธุ์เทพ'นั่งนายกสร้างบ้านตามโผ + ตั้งเป้า2ปีดันตลาดรับสร้างบ้านรวมมูลค่าแตะหมื่นล้าน /พร้อมพัฒนาศูนย์ข้อมูลรับสร้างบ้าน |
| ข้อความข่าว: |
-
ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2317 27 เม.ย. - 30 เม.ย. 2551
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเลือกนายกคนใหม่ "พันธุ์เทพ ทานชิติกุล" นั่งเก้าอี้ตามคาด วางแผนพัฒนาตลาดรับสร้างบ้านสร้างมูลค่าตลาดรวมแตะ 10,000 ล้านบาท ผนึกวิทยาลัยเทคนิคสร้างบุคลากรด้านงานก่อสร้างบ้านโดยเฉพาะ วางกฎเข้มการรับสมาชิกสร้างใหม่ พร้อมตั้งเป้าเป็นศูนย์ข้อมูลอ้างอิงของตลาดรับสร้างบ้านรวม
นายพันธุ์เทพ ทานชิติกุล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดหลังขึ้นรับตำแหน่งนายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีไปเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2551 ว่า นโยบายของสมาคมจากนี้ไป คงมุ่งเน้นสร้างมาตรฐานให้กับธุรกิจรับสร้างบ้าน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค พร้อมทั้งผลักดันฐานธุรกิจรับสร้างบ้านให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยตั้งเป้ามูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านจะต้องมีมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาทภายในปี 2553 จากมูลค่าตลาดรวมในปี 2550 ที่มีมูลค่าตลาด 8,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมุ่งให้ความสำคัญในคุณภาพของงานก่อสร้าง รวมถึงการให้ความสำคัญกับงานทางด้านการวิจัย พัฒนา และงานทางด้านวิชาการอ้างอิงที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับสร้างบ้านเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมามูลเหตุของปัญหางานก่อสร้าง ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดบุคลากรที่มีความรู้อย่างแท้จริง และค่าตอบแทนในวิชาชีพยังต่ำกว่าความเป็นจริง เมื่อเทียบกับทางเลือกในการประกอบวิชาชีพอื่นๆ ส่งผลให้จำนวนบุคลากรที่เข้ามาในอุตสาหกรรมมีจำนวนน้อยลง ซึ่งนโยบายของสมาคมจากนี้จะมุ่งเน้นไปยังสนับสนุนการเพิ่มจำนวนของแรงงานและผู้ควบคุมซึ่งเป็นจักรสำคัญในการพัฒนาคุณภาพงานก่อสร้างเป็นหลักพร้อมยกระดับค่าตอบแทนหรือเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในวิชาชีพให้ทัดเทียมกับอาชีพอื่นๆ
อย่างไรก็ดีในส่วนของการพัฒนาคุณภาพงานก่อสร้างนั้น สมาคม ได้กำหนดกรอบ การดำเนินงานไว้ประมาณ 5 ปี โดยได้ร่วมมือกับ วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง เปิดหลักสูตรในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ด้านเทคนิคการก่อสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ และทางสมาคมเป็นผู้สนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายในการเรียนทั้งหมด โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการ นี้ต้องการเร่งการผลิต และพัฒนาบุคลากรด้านงานก่อสร้างบ้านให้เพียงพอกับความต้องการของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิก เป็นการรับสมัครผู้ที่สนใจทั่วไปเข้าเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันหากบริษัทรับสร้างบ้านที่สนใจก็สามารถส่งพนักงานเข้ามาเรียนในหลักสูตรดังกล่าวเพื่อพัฒนาความรู้เพิ่มเติมได้เช่นกัน
"ถือเป็นการสร้างฝีมือแรงงาน และสร้างมาตรฐานด้านคุณภาพให้มากขึ้น ซึ่งหลักสูตรที่ใช้ในการเรียนการสอนเป็นการกำหนดร่วมกันระหว่างสมาคมกับทางวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง เมื่อนักศึกษาเรียนจบบริษัทที่เป็นสมาชิกจะเป็นผู้รับนักเรียนเข้าทำงานทั้งหมด ซึ่งคาดว่าในหนึ่งปีจะผลิตบุคลากรที่มีฝีมือด้านงานก่อสร้างได้ประมาณ 15-30 คน"
นายพันธุ์เทพ กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าวจะเริ่มเปิดภาคเรียนปีการศึกษาแรกในเดือนพฤษภาคมนี้ คาดว่าจะมีนักเรียนเข้าสมัครเต็มตามจำนวนที่ต้องการโดยนักเรียนดังกล่าวจะได้ศึกษาพื้นฐานด้านการก่อสร้างที่เป็นวิชาการแล้ว ทางสมาคมก็จะจัดเจ้าหน้าที่มาเป็นวิทยากรพิเศษเพื่อเพิ่มประสบการณ์จริงให้กับผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวนอกจากจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการขาดแคลนบุคลากรแล้ว ยังสามารถช่วยยกมาตรฐาน ของบริษัทรับสร้างบ้านให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
ส่วนนโยบายทางด้านส่งเสริมผู้ควบคุมงานในระดับอาชีวศึกษาแล้วนั้น สมาคมจะขอความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐหรือผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างเพื่อกำหนดวิธีการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมรับสร้างบ้าน ซึ่งยังขาดแคลนอีกเป็นจำนวนมาก และเป็นการแก้ปัญหาคุณภาพงานก่อสร้างที่ตรงประเด็นอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้สมาคม ยังมีการแก้ไขข้อบังคับในเรื่องการรับสมาชิกทั้งสามัญ และวิสามัญ ให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทที่ต้องการเป็นสมาชิกประเภทสามัญตามข้อบังคับใหม่จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมคือต้องเป็นสมาชิกวิสามัญมาก่อนอย่างน้อย 1 ปี ต้องประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านมาไม่ต่ำกว่า 4 ปี และ มีผลงานการรับสร้างบ้านภายใน 4 ปี ไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท ขณะที่ข้อบังคับเดิม ไม่ต้องเป็นสมาชิกวิสามัญก่อน เพียงแต่มีผลงานการก่อสร้างไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาทในระยะเวลา 5 ปีเท่านั้น ส่วนสมาชิกประเภทวิสามัญ (รับสร้างบ้าน) มีคุณสมบัติเพิ่มเติมคือ จะต้องประกอบธุรกิจมาไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีผลงานไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ขณะที่ข้อบังคับเดิมไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการและผลงาน
ส่วนงานด้านวิชาการนั้นสมาคม นอกจากจะมุ่งเน้นด้วยการจัดงานสัมมนาทางวิชาการ ปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งในปี 2551 ก็จะยังคงมีงานสัมมนาทางวิชาการเช่นเดิม นอกจากนี้จะมุ่งพัฒนาข้อมูล ในเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมของเศรษฐกิจ รวมถึงการวิจัยในเชิงวิชาการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยมีเป้าหมายที่จะให้สมาคมเป็นศูนย์กลางข้อมูลและสถิติอ้างอิงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตลาดรับสร้างบ้านโดยตรง โดยในอนาคตอาจจะมีการจับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันพัฒนาข้อมูลดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=R3723171&issue=2317
|
|  |
 |
 |
|