จำนวนผู้เข้าชม = 856 ครั้ง
หัวข้อข่าว: บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยเล็งซื้อที่ดิน 'บางกอกโดม' + กรมบังคับคดีตั้งขาย 1,126 ล้าน/เตรียมเจรจาขายต่อ 'เจริญ สิริวัฒนภักดี-เซ็นทรัล'
ข้อความข่าว:
   ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2317 27 เม.ย. - 30 เม.ย. 2551
บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยเล็งซื้อที่ดิน 'บางกอกโดม' + กรมบังคับคดีตั้งขาย 1,126 ล้าน/เตรียมเจรจาขายต่อ 'เจริญ สิริวัฒนภักดี-เซ็นทรัล'
บสท.ประกาศซื้อคืนที่ดินบางกอกโดม จากกรมบังคับคดี หลังเปิดขายทอดตลาด 22 พ.ค.นี้ เล็งเจรจาขายให้กับกลุ่มทุนใหญ่ใน-นอกประเทศไทย ทั้ง "เซ็นทรัล-เจริญ สิริวัฒนภักดี" หรือกลุ่มทุนจากตะวันออกกลางที่สนใจ เผยกรมบังคับคดีตั้งราคาขาย 1,126 ล้านบาท ขณะที่ราคาที่ดินปัจจุบันขายอยู่ไร่ละ 50 ล้านบาทหรือกว่า 2,400 ล้านบาท


นายเชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารทรัพย์สิน บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) เปิดเผยว่า บสท.จะทำการประมูลซื้อโครงการบางกอกโดมของบริษัท ยูนิเวสท์แลนด์ จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ริมถนนวิภาวดีฯ กลับคืนมาจากกรมบังคับคดีที่จะเปิดขายทอดตลาดครั้งแรกในวันที่ 22


พ.ค.2551 นี้ โดยโครงการดังกล่าวมีบสท.เป็นเจ้าหนี้หลัก ถือเป็น และมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าหนี้อีกราย โดยเดิมนั้นที่ดินแปลงดังกล่าว มีแผนพัฒนาเป็นโครงการบางกอกโดม แต่ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 โดยเหตุที่บสท.ต้องประมูลซื้อกลับคืนมา เนื่องจากเป็นที่ดินที่มีศักยภาพสูง ทิศตะวันออกติดถนนพหลโยธิน หน้ากว้าง 170 เมตร ทิศตะวันตกติดถนนวิภาวดีรังสิต หน้ากว้าง 40 เมตร มีขนาดแปลงใหญ่ถึง 48 ไร่ อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินพหลโยธิน ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สะพานใหม่-บางหว้า ) พาดผ่านและอยู่ในแหล่งชุมชนชั้นดี และราคาประเมินเจ้าพนักงานอยู่ที่ 1,126 ล้านบาท ถือเป็นราคาที่ค่อนข้างถูก


อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าขณะนี้ราคาที่ดินได้ถีบตัวไปมากแล้ว โดยเปรียบเทียบกับราคาที่ดินที่อยู่หัวมุมถนนบริเวณข้างโครงการเมเจอร์ รัชโยธิน ซึ่งขายไปในราคากว่า 200,000 บาทต่อตารางวา และก่อนหน้านี้ 3 ปี บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ซื้อที่ดินฝั่งตรงข้างธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ เอสซีบี ปาร์ค มาในราคา 120,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งโครงการบางกอกโดมก็น่าจะทำราคาได้ไม่น้อยไปกว่านี้เช่นกัน โดยปัจจุบันที่ดินบริเวณดังกล่าวขายกันอยู่ในราคาไร่ละ 50 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,400 ล้านบาท ด้วยขนาดที่ดินเป็นแปลงใหญ่ ดังนั้นถ้าจะขายจะต้องเป็นนักลงทุนรายใหญ่จริงๆ ซึ่งในประเทศไทยมีอยู่เพียงไม่กี่ราย เช่น กลุ่มเซ็นทรัล หรือนายเจริญ สิริวัฒนภักดี หรือไม่ก็เป็นกลุ่มทุนจากต่างประเทศ เช่น กลุ่มทุนจากอาหรับ เป็นต้น อย่างไรก็ดี หลังจากประมูลซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวออกมาจากกรมบังคับคดี คาดว่าจะสามารถขายได้ภายในปีนี้


นอกจากนี้ บสท.ยังมีที่ดินที่มีศักยภาพอยู่หลายแปลง เช่น ที่ดินขนาด 17 ไร่ติดหาดหัวหินอยู่ในซอยหัวหินซอย 1 จะเปิดประมูลขายในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ซึ่งเดิมมีการประมูลขายไปแล้วครั้งหนึ่งในราคา 340 ล้านบาท แต่ผู้ประมูลมาจ่ายเงินไม่ทันตามกำหนดเลยต้องนำมาเปิดประมูลใหม่อีกรอบ, ที่ดินอีก 100 ไร่ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านปากเกร็ดอยู่ใกล้กับโครงการบางกอกกอล์ฟคลับ ซึ่งเข้ามาเป็นเอ็นพีเอไม่นานมานี้, ที่ดินติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านพระราม 3 พื้นที่ 5 ไร่ หนึ่งแปลงและ 3 ไร่อีกหนึ่งแปลง ส่วนอาคารสร้างค้างไว้จะมีการขายตึกไทยฟาในย่านถนนบางนา-ตราด และอาคารสร้างค้างไว้อีก 2 อาคาร ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการเมืองทองธานี เยื้องกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และอพาร์ตเมนต์ขนาด 70-80 ยูนิตข้างซอยไผ่สิงโต ย่านถนนพระราม 4


ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บสท.ได้ขายโครงการชะอำ แคมปัส ซิตี้ อำเภอชะอำไปในราคา 120 ล้านบาท และที่ดินโรงงานผ้าห่มไทย ขนาด 10 ไร่ ขายไปในราคา 196 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเพิ่งขายโครงการโกลเด้นท์ เกลด อาคารขนาดความสูง 18 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่ ย่านประตูน้ำติดกับโครงการประตูน้ำเซ็นเตอร์ ไปในราคา 800 ล้านบาท อาคารขนาด 8 ชั้นย่านหลังสวนติดกับร้านสตาร์บัคส์ ในราคา 100 ล้านบาท


นายเชาวรัตน์ กล่าวต่อว่า จากปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน อาจกระทบต่อการซื้อขายบ้านมือหนึ่ง จะเป็นโอกาสที่ดีของบ้านมือสองและอาคารสร้างค้าง เพราะมีทำเลในการเดินทางที่สะดวก และราคาขายที่ถูก นอกจากนั้นที่ดินเกษตรกรรมน่าจะมีแนวโน้มที่ดีเพราะพืชผลมีราคาดี


ซึ่งบสท.มีที่ดินสำหรับการเกษตรอยู่ประมาณแสนไร่ และที่ดินสำหรับธุรกิจโล


จิสติกส์ โดย ณ สิ้นปี 2550 บสท.มีเอ็นพีเอเหลืออยู่ในพอร์ตคิดเป็นมูลค่า 72,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นทรัพย์ขนาดใหญ่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท จำนวนประมาณ 120 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าขาย 36,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นทรัพย์รายย่อยประมาณ 5,000 ชิ้น ซึ่งนับจากนี้อีก 2 ปี บสท.จะรับโอนทรัพย์เข้ามาอีก 45,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากการปรับโครงสร้างหนี้โดยในเบื้องต้นจะโอนเข้ามาก่อน 5,000 ล้านบาท อีก 40,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างการบังคับหลักประกันซึ่งจะส่งผลให้ทรัพย์ในพอร์ตของบสท.เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 117,000 ล้านบาท โดยในปีนี้ บสท.ตั้งเป้าขายทรัพย์ไว้ที่ 10,300 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนขายได้ 7,500 ล้านบาท


อนึ่ง เดิมโครงการบางกอกโดม เดิมมีแผนจะพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แบ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้า 770,000 ตารางเมตร โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ออฟฟิศ คอนโดมิเนียม สวนสนุก และโลกใต้ทะเล มูลค่าลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 2,000 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง 8,000 ล้านบาท โดยในปี 2537 ได้เปิดขายคอนโดมิเนียม จำนวน 2 อาคาร ขนาดความสูง 45 ชั้น จำนวน 1,400 ยูนิต และมียอดจองประมาณ 70-80%


ต่อมาในปี 2540-2544 ได้เกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องทางการเงิน และ ธนาคารกรุงเทพที่ให้วงเงินสินเชื่อประมาณ 8,000 ล้านบาท ได้ชะลอการปล่อยเงินกู้ ทำให้โครงการต้องหยุดชะงักไป และมีมูลหนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ผู้พัฒนาคือ บริษัท ยูนิเวสท์ แลนด์ฯ เมื่อครั้งในอดีตเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ โดยมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ กลุ่มนายธาตรี บุญดีเจริญ ซึ่งภายหลังที่ประสบปัญหาวิกฤติทางด้านการเงินก็ถูกเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยโครงการที่อยู่ภายใต้การบริหาร ประกอบด้วยศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต, ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค บางแค รวมทั้งสนามกอล์ฟเมืองเอกและโครงการที่อยู่อาศัยเมืองเอก
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=R3323171&issue=2317





ลงประกาศ ซื้อ-ขาย-เช่า-แลกเปลี่ยน
อสังหาริมทรัพย์ ทุกชนิด ฟรี... ที่ Asungha.com
ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ได้ผลแน่นอน มากที่สุด
Click Click Click

| MainPage | House | Condo | Business | Land | Rent | Furniture | Car | Miscellaneous |
| หอพัก/อพาร์เมนท์ให้เช่า | โครงการอสังหาริมทรัพย์ | บริษัท/ห้างร้าน | แหล่งรวม Web | ข่าวอสังหาริมทรัพย์ |
| Joke | กฏหมายอสังหาฯ |
By Asungha.com