|
 |
 |
 |

|
จำนวนผู้เข้าชม = 396 ครั้ง |
| หัวข้อข่าว: |
รับสร้างบ้านไตรมาสแรกสอบผ่าน โพลสำรวจชี้ดีมานด์มีสูง |
| ข้อความข่าว: |
-
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3989 (3189)
คอลัมน์ Home Builder Focus
ผ่านไปแล้วสำหรับงาน "NEWS Home Builder#3" ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านที่จัดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นงานที่
สมาคมตั้งใจใช้เป็นเครื่องมือวัดอุณหภูมิตลาดในปี 2551
โดยภาพรวมที่ออกมา ปรากฏว่าบริษัทสมาชิกระดับสามัญของสมาคมที่มาออกงานค่อนข้างแฮปปี้กับยอดขาย บางรายมียอดขายตามเป้า บางรายทะลุ
เป้า เบ็ดเสร็จแล้วทุกรายสามารถทำยอดจองสร้างบ้านในงานรวมกัน 300 ล้านบาท เกินกว่าที่คาดหมายไว้
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะที่ผ่านมาแม้ว่า ผู้บริโภคมีความกังวลกับราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้นทำลายสถิติแบบรายเดือน และวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐจาก
ปัญหาซับไพรมอาจลุกลามกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจระดับโลกในอนาคต แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ ได้แก่ 1)สถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มมีความชัดเจน
2)การที่ภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอน และ 3)แรงสนับสนุนจากสถาบันการเงินที่มีแพ็กเกจ
สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษให้ลูกค้าปลูกสร้างบ้าน
ทำให้กำลังซื้อส่วนหนึ่งที่ชะลอการตัดสินใจในช่วงก่อนหน้านี้ กลับมาปลูกสร้างบ้านอีกครั้งในการจัดงานที่ผ่านมา และน่าจะมียอดจองสร้างบ้านที่
จะตามมาหลังงานอีกจำนวนหนึ่ง
ความต้องการสร้างบ้านปี"51 ยังมีสูง
สมาคมได้ประเมินภาพรวมตลาดโดยจากงาน NEWS Home Builder#3 ที่ผ่านมา โดยออกแบบสำรวจกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าชมงาน จำนวน
ประมาณ 1,000 คน พบข้อมูลที่น่าสนใจหลายส่วน
โดยความต้องการปลูกสร้างบ้านภายในปี 2551 ยังมีสัดส่วน สูงถึงเกือบ 50% ส่วนที่ต้องการปลูกสร้างบ้านภายในครึ่งปีแรกของปี 2552 ก็มีสูงถึง
25%
และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลการสำรวจครั้งก่อนในงาน "รับสร้างบ้าน 2007" ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสัดส่วนความต้องการ
ปลูกสร้างทั้ง 2 ช่วงเวลารวมกัน 67% เศษ สะท้อนว่าความต้องการสร้างบ้านภายในปี 2551 ไปจนถึงช่วงครึ่งปีแรกของปี 2552 เพิ่มสูงขึ้น คาดว่า
ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากสถานการณ์ราคาวัสดุที่ปรับเพิ่มขึ้นได้กลายเป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคตัดสินใจ
สำหรับกำลังซื้อของผู้บริโภค พบว่าเพิ่มขึ้นจากปี 2550 อย่างชัดเจน โดยวัดจากระดับราคาบ้านที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน โดยกลุ่มบ้านระดับราคา 1-
2.5 ล้านบาท ยังเป็นที่ต้องการสูงที่สุด มีสัดส่วน 36% ส่วนกลุ่มบ้านระดับราคา 2.5-5 ล้านบาท มีสัดส่วน 34% เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนที่มี
ความต้องการ 23%
ด้านพื้นที่ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน มีผลสำรวจใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา โดยกรุงเทพฯยังคงเป็นพื้นที่หลักที่ต้องการ ปลูกสร้างบ้านมากที่สุด คิดเป็น
สัดส่วน 55% รองลงมาคือจังหวัดนนทบุรี 13% ปทุมธานี 7% ส่วนที่เหลือกระจายอยู่จังหวัดปริมณฑลและต่างจังหวัด
แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหารต้นทุน
สำหรับสถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้าง ในขณะนี้ เบื้องต้นสมาคมประเมินว่า ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างได้ทยอยปรับราคาสินค้าเพื่อให้สอดรับ
กับต้นทุน การผลิตที่แท้จริง หลังจากตรึงราคามานานจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา
ดังนั้น จากต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัสดุ ล่าสุดคณะกรรมการสมาคมจึงได้เตรียมการหารือกันเกี่ยวกับวิธีบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจ
รับสร้างบ้าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญเนื่องจากรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจที่รับงานวันนี้ แต่กว่าจะผ่านขั้นตอนการพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับแบบบ้าน ขั้น
ตอนการก่อสร้าง ไปจนถึงการก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ ต้องใช้เวลาอีก 6-12 เดือนข้างหน้า จึงจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี รวมถึงการให้คำแนะนำ
กับผู้บริโภคที่ประสบปัญหาถูกทิ้งงาน ซึ่งคาดว่าจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ราคาวัสดุ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสมาชิกสมาคมต่างรับรู้ว่าการบริหารธุรกิจสร้างบ้านปัจจุบันมีความแตกต่างจากในอดีต ตั้งแต่การบริการลูกค้าที่มีความต้อง
การหลากหลายขึ้น การบริหารแรงงานฝีมือที่แนวโน้มว่าจะขาดแคลนมากขึ้น ทั้งหมดล้วนเป็นอุปสรรคและโอกาสของผู้ประกอบการในเวลาเดียวกัน
ชี้ไตรมาสแรกยังดี
"พันธุ์เทพ ทานชิติกุล" อุปนายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเชื่อว่าอานิสงส์จากนโยบายภาครัฐที่มีการออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ด้วยการ
ลดหย่อนภาษีค่าธรรมเนียมการโอน จาก 2% เหลือ 0.01% น่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ รวมถึงช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ
ประกอบกับธุรกิจรับสร้างบ้านจับกลุ่มลูกค้าที่มีฐานะมั่นคง ส่วนใหญ่ปลูกสร้างบ้านโดยใช้เงินออม ดังนั้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวรับสร้างบ้านจะ
เป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าผลจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯน่าจะส่งผลดีต่อสถานการณ์ตลาดรับสร้างบ้านช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ประกอบกับวัสดุก่อสร้างบาง
ตัวได้ปรับขึ้นราคาไปแล้วค่อนข้างมาก จึงเป็นไปได้ว่าหลังจากช่วงเดือนเมษายนนี้อาจมีบริษัทรับสร้างบ้านจำนวนหนึ่งทยอยปรับขึ้นราคา และจะ
กลายเป็นปัจจัยที่เร่งให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น ส่งผลทำให้ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านมีโอกาสเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
หน้า 10
http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02rea06030451&day=2008-04-03§ionid=0217
|
|  |
 |
 |
|