|
 |
 |
 |

|
จำนวนผู้เข้าชม = 794 ครั้ง |
| หัวข้อข่าว: |
อีสานขึ้นแท่นแชมป์พลังงานทดแทน ลงทุนแล้วกว่า3.4หมื่นล้านโคราชนำลิ่ว |
| ข้อความข่าว: |
-
ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2308 27 มี.ค. - 29 มี.ค. 2551
ภาคอีสานขึ้นแท่นแหล่งผลิตพลังงานทดแทนของไทย แห่ลงทุนกว่า 3.4 หมื่นล้านบาทรับวิกฤติน้ำมันโลกทะยานทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เผยโคราชแชมป์จังหวัดเดียวลงทุนกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท คาดปีนี้เติบโตต่อเนื่อง เผยตั้งเป้าส่งเสริมผุดโรงงานไบโอแมสจากแกลบ 1 จังหวัด 2 โรง
งาน ใน 19 จังหวัดอีสาน
นายสุวิชช์ ฉั่ววิเชียร ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 นครราชสีมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอ
ไอ) เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์วิกฤติภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลกทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในฐานะประเทศนำเข้า ทำให้กระแสความนิยมการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าหรือเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในภาค
อุตสาหกรรมและการขนส่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมผลิตพลังงานและพลังงานทดแทน เป็นอุตสาหกรรมดาวเด่น ได้
รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอบีทั่วประเทศถึง 110 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 80,444 ล้านบาท เมื่อแยกเป็นรายภูมิภาคแล้วเห็นได้อย่าง
ชัดเจนว่า ภาคอีสานกลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานทดแทนที่สำคัญของประเทศไทยอย่างแท้จริง โดยปีที่ผ่านมาโครงการลงทุนอุตสาหกรรมผลิต
พลังงานและพลังงานทดแทนได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ทำสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 34,081 หมื่นล้านบาท
โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนประกอบด้วย 1.โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล (Bio-mass) จำนวน 6 โครงการ เงินลงทุน 2,359
ล้านบาท ของ บริษัท ซี.ไจแกนติค คาร์บอน จำกัด ตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา , บริษัท เคเอ็มไอ ชีวมวลพันธุ์ จำกัด , บริษัท ศรีเจริญไบโอเพาเวอร์
จำกัด ตั้งอยู่ จ.บุรีรัมย์ , บริษัท โชคชัยไบโอแมส จำกัด ตั้งอยู่จังหวัดอุบลราชธานี , บริษัท เอราวัณเพาเวอร์ จำกัด ตั้งอยู่ จังหวัดหนองบัวลำภู และ
บริษัท อุดรไบโอแมส จำกัด ตั้งอยู่จังหวัดอุดรธานี
2.โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ (Bio-gas ) จำนวน 1โครงการ เงินลงทุน 171 ล้านบาท ของ บริษัท คาร์กิลสยาม จำกัด ตั้งอยู่
จังหวัดมหาสารคาม 3.โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่ได้รับเทคโนโลยี จากกลุ่มประเทศยุโรป รวม 3 โครงการ
เงินลงทุน 14,558 ล้านบาท ของบริษัท ไทยวินด์เพาเวอร์ จำกัด , บริษัท ไทยวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ตั้งอยู่จังหวัดมุกดาหาร และบริษัท เนชั่นแนล
วินด์เพาเวอร์ จำกัด ตั้งอยู่จังหวัดสกลนคร
4.โครงการผลิตเอทานอล จำนวน 5 โครงการ เงินลงทุน 16,528 ล้านบาท กำลังการผลิตรวม 1,010 ล้านลิตร ได้แก่ บริษัท ที พี เค เอทานอล จำกัด
เงินลงทุน 5,614 ล้านบาท , บริษัท บุญอเนก จำกัด เงินลงทุน 5,384 ล้านบาท โครงการตั้งอยู่จังหวัดนครราชสีมา , บริษัท สยาม เอทานอล ชัยภูมิ
จำกัด เงินลงทุน 500 ล้านบาท ตั้งอยู่ จังหวัดชัยภูมิ , บริษัท พลังเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด เงินลงทุน 4,230 ล้านบาท ตั้งอยู่ จังหวัดอุบลราชธานี
และบริษัท เพโทรกรีน จำกัด เงินลงทุน 800 ล้านบาท ตั้งอยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ 5. โครงการผลิตก๊าซชีวภาพ จากการนำน้ำเสียโรงงานมันสำปะหลัง
และโรงงานสุรา จำนวน 3 โครงการ เงินลงทุน 465 ล้านบาท ของ บริษัท เอ็นอี ไบโอเทค ตั้งอยู่ จังหวัดนครราชสีมา , บริษัท ปุ๋ยไบโอนิค จำกัด ตั้ง
อยู่จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอุบลราชธานี
นายสุวิชช์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนในปี 2551 นี้ การลงทุนอุตสาหกรรมพลังงานและพลังงานทดแดนในภาคอีสานยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการผลิตก๊าซชีวภาพ (Bio-gas) การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล (Bio-mass) รวมถึงการผลิตเอทานอล โดย
เฉพาะโครงการผลิตก๊าซชีวภาพ จากน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมนั้นคาดว่า จะมีโครงการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอในปีนี้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า
7-10 โครงการ ซึ่งแค่เฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ก็มีโรงงานแป้งมันอยู่ทั้งหมดมากถึง 25 แห่ง ในจำนวนนี้ได้ลงทุนก่อสร้างไปแล้วหลายแห่งและ
เหลืออีกจำนวนมากที่กำลังมีแผนจะดำเนินการ
สำหรับไบโอแมสนั้น ในภาคอีสานทั้ง 19 จังหวัด ได้ตั้งเป้าหมายส่งเสริมให้มีโรงงานผลิต ไบโอแมส จากแกลบ เกิดขึ้นอย่างน้อยจังหวัดละ 1-2
โครงการ ส่วนทางด้านการลงทุนผลิตเอทานอล จากมันสำปะหลังและอ้อย แม้ปีที่ผ่านมาได้รับการส่งเสริมบีโอไอไปจำนวนมากและล้วนเป็น
โครงการขนาดใหญ่รวมกำลังผลิตถึง 1,010 ล้านลิตร เงินลงทุนกว่า 16,528 ล้านบาท แต่ปีนี้ก็เชื่อว่ายังจะขยายตัวในขนาดโครงการที่เล็กลงหรือ
กำลังผลิตไม่สูงมากนัก รวมทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในพื้นที่ภาคอีสาน นับเป็นอุตสาหกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ที่มาแรง มีศักยภาพสูง
และน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=R5123082&issue=2308
|
|  |
 |
 |
|