จำนวนผู้เข้าชม = 359 ครั้ง
หัวข้อข่าว: รื้อก.ม.จัดสรรโขก5หมื่นบาท/หลัง ดัดหลังเอกชนเบี้ยวใช้สัญญามาตรฐาน
ข้อความข่าว:
   ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2308 27 มี.ค. - 29 มี.ค. 2551
กรมที่ดินรื้อกฎหมายจัดสรรปี 43 ยกกระบิ โฟกัสเพิ่มโทษผู้ประกอบการเบี้ยวใช้สัญญามาตรฐานกลาง ปรับ 50,000 บาทต่อหลัง ยุส่งลูกบ้านแจ้ง

เบาะแส หากไม่ใช้สัญญามาตรฐานกลาง ไม่ต้องรอขั้นฟ้องร้อง รับปัจจุบันเบาหวิวจ่ายแค่ 5,000 บาท เทียบกับมูลค่าโครงการ ส่วนก.ม.อาคารชุด

ใหม่ โขกสูงไม่ต่ำ 50,000 บาทต่อหน่วยเช่นกันหากตุกติกใช้สัญญา เหตุมีบทเรียนจากบ้านจัดสรรมาแล้ว ส่วนเอสโครว์ขึ้นอยู่กับซื้อ-ขายตกลงกัน

ด้านอุปนายกสมาคมบ้านขานรับเป็นเรื่องที่ดี
แหล่งข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้กรมที่ดินอยู่ระหว่างแก้ไขพ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพิ่มเติมหลายประเด็น

อย่างไรก็ดี สาระสำคัญที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนคือบทลงโทษที่เป็นเบี้ยปรับกรณีที่ผู้ประกอบการ ไม่ใช้แบบมาตรฐานของสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรร

ตามที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง กำหนด หากมีการร้องเรียนจากผู้บริโภค หรือ สืบทราบภายหลังว่าจงใจเขียนสัญญาจะซื้อจะขายขึ้นเอง จะ

ต้องถูกปรับเป็นเงิน 50,000บาทต่อรายหรือ ต่อหลัง
จากปัจจุบันผู้ประกอบการเสียค่าปรับเพียง 5,000 บาท เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากทำให้ แทบทุกรายยอมเสียค่าปรับแลกกับข้อผูกมัดกับผู้บริโภค ที่

ต้องรับผิดชอบตามมา อาทิ ระยะเวลาการก่อสร้างที่ต้องแล้วเสร็จตามที่สัญญากำหนด หากงานล่าช้าผิดไปจากสัญญาระบุ ลูกบ้านมีสิทธิ์ขอคืนเงิน

ดาวน์ และยกเลิกสัญญาได้ พร้อมเรียกเบี้ยปรับ ยกเว้นในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติอาทิ น้ำท่วม ภัยพิบัติต่างๆเป็นต้น ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

ยอมรับว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ใช้กฎหมายจัดสรร และระเบียบของสัญญามาตรฐานกลางปรากฏว่าไม่มีผู้ประกอบการรายใดปฏิบัติตาม
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า อยากให้ผู้บริโภคที่ซื้อบ้านจัดสรร หากพบว่าสัญญาไม่เป็นธรรมหรือ พบว่าสัญญาถูกเขียนขึ้นเองโดยเจ้าหน้าที่ของโครงการ

สามารถร้องเรียนมาได้ที่กรมที่ดิน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมายต่อไป โดยไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาขึ้นก่อน อย่างไรก็ดีเชื่อว่า หากเพิ่ม

เบี้ยปรับแล้วผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภคน้อยลง
ส่วนพ.ร.บ.อาคารชุดพ.ศ. 2551 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมาและนับถอยหลังไปอีก 120 วันนับจากวันที่ประกาศ

ในราชกิจจาฯ จึงจะมีผลบังคับใช้ โดยสาระสำคัญ เกี่ยวกับบทลงโทษที่มีเบี้ยปรับค่อนข้างสูงและขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่างกฎหมายลูกโดยเฉพาะ

สัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุดที่เป็นสัญญามาตรฐานกลาง ซึ่งจะมีเนื้อหาสาระในสัญญาค่อนข้างเข้มงวด แต่ เกรงว่าจะมีปัญหาซ้ำรอยเหมือน

กฎหมายจัดสรร ที่บทลงโทษจากค่าปรับค่อนข้างต่ำดังนั้นจึงกำหนดไว้สูงไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อหน่วยเช่นกันหรือสูงกว่านั้นอยู่ระหว่างพิจารณา

หากผู้ประกอบการจงใจ เบี้ยวไม่ใช้สัญญามาตรฐานดังกล่าว
ส่วน พ.ร.บ. การดูแลผลประโยชน์ ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 หรือ กฎหมาย เอสโครว์แอกเคาต์ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 20

กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้อีก 90 วันนับจากประกาศราชกิจจาฯ คือ 20 พฤษภาคม ซึ่งผู้ซื้อ-ผู้ขายต้องตกลงกันเองว่าจะใช้หรือไม่ใช้

เอสโครว์
ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวเป็นของกระทรวงการคลังไม่เกี่ยวกับกรมแต่อย่างใด
ด้านนายอิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรกล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่ดี เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบ ส่วนกฎหมายเอสโควร์

นั้นหากผู้ขายประสงค์ที่จะใช้เอสโครว์แต่ผู้ประกอบการไม่ยินยอมทางออกที่ดีที่สุดก็คือ อย่าตัดสินใจซื้อบ้านหรืออาคารชุดในโครงการนั้น
http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=R4623082&issue=2308





ลงประกาศ ซื้อ-ขาย-เช่า-แลกเปลี่ยน
อสังหาริมทรัพย์ ทุกชนิด ฟรี... ที่ Asungha.com
ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ได้ผลแน่นอน มากที่สุด
Click Click Click

| MainPage | House | Condo | Business | Land | Rent | Furniture | Car | Miscellaneous |
| หอพัก/อพาร์เมนท์ให้เช่า | โครงการอสังหาริมทรัพย์ | บริษัท/ห้างร้าน | แหล่งรวม Web | ข่าวอสังหาริมทรัพย์ |
| Joke | กฏหมายอสังหาฯ |
By Asungha.com