|
 |
 |
 |

|
จำนวนผู้เข้าชม = 325 ครั้ง |
| หัวข้อข่าว: |
คลังอัดแผนกระตุ้นก๊อก 2 บูมอสังหาฯ |
| ข้อความข่าว: |
-
คลังอัดแผนกระตุ้นก๊อก 2 บูมอสังหาฯ
บ้านเมืองออนไลน์ เมื่อเวลา 9:12:00 วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2551
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาหัวข้อ นโยบายของภาครัฐกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อความเติบโตแบบยั่งยืนของเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยปี พ.ศ.2551 ในงาน อสังหาริมทรัพย์ดัชนีหลัก ชี้เศรษฐกิจปี 2008 ว่า ในปี 51-52 รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเน้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมอีก 2 มาตรการ โดยจะเป็นมาตรการระยะยาว ประกอบกับหลังจากรัฐบาลผ่อนปรนมาตรการทางภาษี โดยมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องของการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองนั้น คาดว่าจะทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความคึกคักมากขึ้นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่าภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 2 รายการนี้ คิดเป็นสัดส่วน 6.2-6.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) หากนับรวมภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องเช่น เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง และอื่นๆ เข้าไปด้วย สัดส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะสูงเท่ากับ 20% ของจีดีพี ดังนั้นการออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ จะผลักดันให้ภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวได้ถึง 6.5-7% ซึ่งน่าจะทำให้เป้าหมายรวมการเติบโตเศรษฐกิจสูงถึง 6% ของจีดีพีได้
ด้าน นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวถึงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 51 ว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน มาขยายตัวอยู่ที่ 5.6% ต่อปี โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 5.0-6.0% ต่อปี และเป็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีความสมดุลมากขึ้น เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ฟื้นตัวขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และการใช้จ่ายภาครัฐที่เร่งตัวขึ้น ตามนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงที่อุปสงค์ภายนอกประเทศมีแนวโน้มลดลงจากความเสี่ยงของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจภายนอกยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ภายในประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ ที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 4.5% ต่อปี โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 4.3-4.8% ต่อปี ตามการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก
นอกจากนั้น ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ก.พ.51 พบว่า สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากอุปสงค์ภายในประเทศผ่านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ในระดับสูง ในขณะที่อุปสงค์จากต่างประเทศผ่านการส่งออกยังคงขยายตัวได้ดี ส่วนการนำเข้าปรับตัวดีขึ้นมากตามอุปสงค์ภายในประเทศ ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังจะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น
http://www.banmuang.co.th/economic.asp?id=137197
|
|  |
 |
 |
|