จำนวนผู้เข้าชม = 350 ครั้ง
หัวข้อข่าว: ทรี.ดี.เฮ้าส์ โชว์จดลิขสิทธิ์รายแรกสกัดหัวขโมยก๊อบปี้แบบสร้างบ้าน
ข้อความข่าว:
   สยามธุรกิจ [ ฉบับที่ 880 ประจำวันที่ 19-3-2008 ถึง 21-3-2008 ]
ทรี.ดี.เฮ้าส์ นำร่องจดลิขสิทธิ์แบบบ้านรายแรก ย้ำต้องการสร้างความเป็นมาตรฐานให้กับธุรกิจรับสร้างบ้าน ระบุป้องกัน หัวขโมยแบบปลูกบ้านให้กับลูกค้าสร้างบ้านไร้คุณภาพ ล่าสุด! จับมือแบงก์กรุงเก่าจัดแพ็กเกจ พิเศษสร้างโฮมออฟฟิศกระตุ้นยอดขาย ตั้งเป้า 50 ล้านบาทขณะที่ “ศักดา” ออกโรงเตือนดีเวลอปเปอร์ ระมัดระวังตัวในการปลูกบ้านให้กับลูกค้า เหตุวัสดุก่อสร้างถีบตัวสูงขึ้น

นายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรี.ดี.เฮ้าส์ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัทได้นำร่องการจดลิขสิทธิ์แบบบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมองว่า แบบบ้านปัจจุบัน ผู้บริโภคและผู้ประกอบการบางรายนำแบบบ้าน ที่ไม่ใช่ของตนเองไปแสวงหาผลประโยชน์ อีกทั้งผู้ออกแบบบางรายไม่ได้ให้ความสำคัญกับแบบบ้านตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

ทั้งนี้การที่บริษัทนำร่องจดลิขสิทธิ์ก็เพื่อป้องกันผู้ประกอบการบางรายนำแบบบ้านที่ไม่ใช่ของตัวเองไปแสวงหาผลประโยชน์หรือนำไปแอบอ้างเป็นเจ้าของแบบเอง และเพื่อต้องการสร้างการรับรู้ใหม่ของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ซึ่งมีผลทำให้มีการพัฒนาแบบบ้านที่มีคุณภาพที่ดีมาตรฐาน ถูกต้อง

ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บริษัท โฮมออฟฟิศ (HOBC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จัด แพ็กเกจพิเศษทางการเงินให้ลูกค้าเฉพาะลูกค้าของ HOBC ด้วยเงื่อนไขพิเศษที่หาที่ไหนไม่ได้แล้ว โดยความร่วมมือครั้งนี้ บริษัท ตั้งเป้าไว้ประมาณ 50 ล้านบาท หรือจำนวนบ้านทั้งสิ้น 10 หลัง

ด้านนายศักดา โควิสุทธิ์ นายกสมาคม ธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองจาก 2% เหลือ 0.01% รวมทั้งลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.1% คาดจะส่งผลให้ความต้องการซื้อบ้านของคนมีมากขึ้น

ทั้งนี้ ผลดังกล่าวจะทำให้ผู้ค้าวัสดุก่อสร้างปรับขึ้นราคาวัสดุก่อสร้างอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ในปีที่ผ่านมาไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ หรือปรับขึ้นได้น้อยมาก เพราะความต้องการใช้วัสดุต่ำส่งผลให้ผู้ประกอบการจึงยอมแบกขาดทุนกำไร ดังนั้นเมื่อมีความต้องการ เพิ่มวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น คาดจะมีการปรับราคาขึ้นแน่ อย่างกรณีของเหล็กเส้น จากปลายปีก่อนจนถึงขณะนี้ ได้ปรับราคาขึ้นมาแล้วประมาณ
40%ธและเชื่อว่าอาจจะมีการปรับตัวขึ้นไปถึง 50% ก็เป็นได้

นายศักดา กล่าวว่า ผู้ประกอบการจะต้องระมัดระวังในการรับงานรับสร้างบ้านของลูกค้า เมื่อรับมาแล้วก็ต้องบริหารต้นทุน เพื่อให้สามารถก่อสร้างได้เสร็จ เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการรับงานก่อสร้างโดยคิดต้นทุนเก่าเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากกำลังซื้อของตลาดกลับคืนมาในจำนวนที่มากพอ คาดว่าหลังจากเดือน เม.ย. ไปแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านอาจจะปรับขึ้นราคาค่าก่อสร้างแน่นอน โดยคาดว่าจะปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 3-5% ตามที่ต้นทุนได้ปรับเพิ่มขึ้นไปก่อนหน้านี้ ส่วนภาพรวมของธุรกิจรับสร้างในปีนี้คาดว่าจะไม่มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น

เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังมีทิศทางที่ชะลอตัวอยู่ ขณะที่ต้นทุนในการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ความต้องการก่อสร้างบ้านใหม่มีจำนวนลดลง จึงอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ช่วยเร่งฟื้นความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งในปีนี้คาดว่ามูลค่าธุรกิจรับก่อสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลปีนี้น่าจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 8.5 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน






ลงประกาศ ซื้อ-ขาย-เช่า-แลกเปลี่ยน
อสังหาริมทรัพย์ ทุกชนิด ฟรี... ที่ Asungha.com
ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ได้ผลแน่นอน มากที่สุด
Click Click Click

| MainPage | House | Condo | Business | Land | Rent | Furniture | Car | Miscellaneous |
| หอพัก/อพาร์เมนท์ให้เช่า | โครงการอสังหาริมทรัพย์ | บริษัท/ห้างร้าน | แหล่งรวม Web | ข่าวอสังหาริมทรัพย์ |
| Joke | กฏหมายอสังหาฯ |
By Asungha.com